ปวดหลัง อาจอันตรายกว่าที่คิด

อาการปวดหลังแม้จะพบได้บ่อยๆ ทั่วไป สามารถเป็นกันได้ทุกคนรุนแรงบ้าง ไม่รุนแรงบ้าง แต่ก็มีอาการปวดหลังบางอย่างที่เป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายที่ก่อตัวอยู่ภายในร่างกาย ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยหากมีอาการปวดหลังเืรื้อรัง ไม่หายสักทีหรือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เืพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอโดยเร็ว จะดีที่สุด

ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยหญิงวัย 40  มีอาการปวดหลังช่วงบั้นเอวมาก ปวดร้าวลงมาถึงหน้าขา เดินทางไกลแทบจะไม่ได้เลย เมื่อปรึกษาหมอที่เชี่ยวชาญโรคกระดูกได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกทับเส้นประสาท แต่ไม่ได้ทำการผ่าตัด ให้ยาแก้ปวดบรรเทาอาการร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ แต่อาการที่น่าสงสัยก็เกิดตรวจพบด้วยตัวเธอเองเมื่อเอามือคลำบริเวณหน้าท้องน้อย พบว่ามีก้อนแข็ง เมื่อตรวจโดยละเอียดก็พบว่ามีเนื้องอกไปกดทับบริเวณกระดูกสันหลัง

โรคต่างๆเหล่านี้ที่ฟ้องด้วยอาการปวดหลัง หากปล่อยไว้นานย่อมไม่ดีแน่ พยายามหาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอ เพื่อไม่ให้โรคปวดหลังลุกลามไปไกล

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น

เมนูแก้ปวดหลัง บรรเทาปวดหลังได้ผล

ทุกคนที่ประสบปัญหาปวดหลัง ต้องสรรหาวิธีแก้ปวดหลังกันมามากเป็นแน่ ซึ่งนอกจากจะแก้ที่ท่าทาง การนั่งทำงาน การนอนในชีวิตประจำวัน หาทางคลายเครียดแล้ว อาหารที่รับประทานกันทุกวันก็มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการปวดหลัง แก้ปวดหลังได้ด้วย
ความเป็นกรดเป็นด่างของอาหารมีความสำคัญต่ออาการเกร็งตัวหรืออักเสบของกล้ามเนื้อหลังตามหลักธรรมชาติบำบัด ซึ่งจากตำราได้ระบุไว้ว่าความเป็นกรดจะทำให้อาการปวดกำเริบในขณะที่ความเป็นด่างของอาหารจะสามารถช่วยบรรเทาอาการเกร็งเขม็งของกล้ามเนื้อหลัง แก้ปวดหลังได้ นอกจากเรื่องความเป็นกรดด่างของอาหารแล้วแร่ธาตุก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญจำเป็นสำหรับการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อหลัง แก้ปวดหลังที่จะขาดไม่ได้ คือควรมีแคลเซียมอยู่ด้วยในปริมาณสูงระดับหนึ่ง
ฉะนั้นหากท่านมีปัญหาปวดหลังเรื้อรัง ควรเลือกกินอาหารที่จะทำให้ร่างกายเป็นด่าง คือ ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ หากกินสดได้ยิ่งดี ไม่ต้องกังวลว่าผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะม่วง กินเข้าไป แล้วจะทำให้ร่างกายเป็นกรด เพราะเมื่อมันถูกย่อยแล้ว สารอาหารที่ร่างกายได้รับเป็นด่างทั้งสิ้น การกินผักสดผลไม้สดให้มากขึ้นจะได้ผลลดน้ำหนักอีกทางหนึ่งด้วย การลดน้ำหนักก็เป็นการลดภาระของกล้ามเนื้อและข้อต่างๆ ทำให้แก้ปวดหลัง และส่วนต่างๆของร่างกายได้มากขึ้น
ส่วนแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียม ที่คนปวดหลังควรทานมากๆ ก็มีอยู่มากในอาหารไทยเรานี่เอง อาหารประเภทแคลเซียมในพืชจะพบมากในงาดำป่น เต้าหู้ ผักกระเฉด ยอดแค โดยเฉพาะสาหร่ายทะเลจะยิ่งดีเพราะในสาหร่ายทะเลมีแมกนีเซียมอยู่ด้วยทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียมร่วมกันมีความจำเป็นต่อการคลายตัวของกล้ามเนื้ออย่างมาก ทำให้แก้ปวดหลังได้ดีกว่าอาหารชนิดอื่นๆ
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างอาหารสำหรับคนที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง
แกงจืดเต้าหู้ไข่สาหร่ายใส่โหระพา
เครื่องปรุง
เต้าหู้ไข่ 1 หลอด
สาหร่ายแผ่นกลม 1/4 แผ่น
โหระพา 4-5 ยอด
น้ำต้มกระดูกหมู
ซีอิ๊วขาว
วิธีทำ
ย่างสาหร่ายให้กรอบหอม ต้มน้ำซุปให้เดือดก่อน หั่นเต้าหู้ใส่ลงไปเป็นก้อน เติมโหระพา บิสาหร่ายใส่ลงไปสุดท้าย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
หมายเหตุ
ทั้งเต้าหู้และสาหร่ายจะทำให้ร่างกายเป็นด่าง เหมาะสำหรับการคลายตัว ของกล้ามเนื้อ ในเต้าหู้มีแคลเซียมอยู่ รวมทั้งสาหร่ายมีแมกนีเซียมซึ่งจำเป็นสำหรับการคลายตัวของกล้ามเนื้อ แก้ปวดหลังด้วย เมนูนี้จึงเหมาะมากสำหรับบรรเทาอาการปวดหลัง

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

ปวดหลัง เป็นกันมาก เป็นเพราะอะไร

โรคปวดหลังเป็นกันมาก ปวดหลังกันทุกวี่ทุกวันนี่คืออะไร
ปวดหลังเป็นอาการปวดที่พบได้ทั่วไปเหมือนอาการปวดส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเช่น ที่ศีรษะ แต่โรคปวดหลังมักพบได้มากในปัจจุบัน และมักเป็นเรื้อรังรักษาไม่หาย หลายคนปวดหลังมานับ 10 ปี ปวดหลังเป็นพยาธิสภาพที่ เกี่ยวกับกระดูกสันหลังหรืออวัยวะต่าง ๆ ที่เกิดจากกระดูกสันหลัง เช่น ไต ลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงกับกระดูกหลัง ถ้าเป็นแล้วก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ สาเหตุส่วนใหญ่แล้วเกิดจากกระดูกสันหลังเป็นโรค  มักมีสาเหตุต่างๆหลักๆ ดังนี้

สำหรับอาการปวดหลังแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ
1. การปวดที่บริเวณหลังไม่มีจุดใดจุดหนึ่งส่วนใหญ่แล้ว มักเป็นการปวดจากพยาธิสภาพ หรือเป็นโรคจากอวัยวะอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากกระดูกสันหลัง
2. คืออาการเจ็บปวดที่กระดูกสันหลังซึ่งอาจจะปวดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของกระดูกสันหลัง เช่น อาจจะปวดตั้งแต่กระดูกคอ กระดูกสันหลังส่วนหน้าอกลงมาจนถึงกระดูกเอวลงมาถึงกระดูกก้นกบ เกิดจากมีพยาธิสภาพเนื่องจากกระดูกสันหลัง อาการเช่นนี้อาจจะปวดเฉพาะกระดูกสันหลังเท่านั้นเอง ไม่ปวดร้าวไปที่ใดที่หนึ่ง ทั้งนี้ พยาธิสภาพที่เกิดขึ้นไม่มีผลต่อระบบประสาทหรือเรียกว่าไขสันหลังยังไม่ถูกกระทบกระเทือน
3. เป็นอาการปวดหลังซึ่งเกิดร่วมกับการมีอาการปวดเสียวตามประสาท โดยเฉพาะการปวดเสียวมาที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือว่าเสียวสองข้างอาจทำให้มีอาการชาขาไม่มีแรง ส่วนใหญ่พยาธิสภาพในกลุ่มนี้ ค่อนข้างรุนแรง มีการคดหรือเบียดกับเส้นประสาท

อาการปวดหลังจะพบกับผู้ป่วยวัยใดและเพศใดมากที่สุด
อาการปวดหลัง เกิดขึ้นได้กับทุกวัยยกเว้นเด็กส่วนมากพบกับ 2 กลุ่มใหญ่คือ
1. กลุ่มวัยทำงาน เช่น ผู้ใช้แรงงาน นักกีฬา
2. กลุ่มผู้สูงอายุพบได้ค่อนข้างมากส่วนใหญ่เกิดจากไขข้อกระดูกสันหลังเสื่อม
ในสภาพปัจจุบันคนที่เดินไปเดินมาและนั่งทำงานหรือยืนบนรถเมล์ ยืนไม่ถูกหลักหรือนั่งไม่ถูกหลักจะทำให้

เกิดอาการปวดหลังได้หรือไม่
การยืนไม่ถูกท่า ก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้เหมือนกัน ถ้าบุคคลผู้นั้นมีพยาธิสภาพซ่อนเร้น บางอย่างมีอยู่ในกระดูกสันหลัง ถ้านั่งหรือยืนในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ ทำให้ปวดหลังได้และในคนกลุ่มนี้จะปวดเรื้อรังด้วย

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น

แก้ปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์

ผู้หญิงตั้งครรภ์มักจะมีอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท้องแก่ เพราะคิดกันง่ายๆว่าต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าปกติย่อมเป็นสาเหตุของการปวดหลังอย่างแน่นอน แน่นอนที่สุดว่า การปวดหลังจะเริ่มเป็นหนักในช่วงสามเดือนหลังก่อนถึงกำหนดคลอด โดยทั่วไป สาเหตุของอาการปวดหลังคือการที่น้ำหนักของครรภ์ถ่วงอยู่บริเวณด้านหน้า ทำให้คุณแม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างมากขึ้นนั่นคือทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้อีกสาเหตุที่สำคัญคือ ในขณะที่ร่างกายปรับสภาพเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด ระบบของร่างกายจะทำให้เส้นเอ็นต่างๆ ของร่างกายจะอ่อนนุ่มและยืดตัวขึ้นกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้คุณปวดบริเวณเชิงกราน และอาการปวดอาจลามไปถึงบริเวณก้นกบได้
การป้องกันอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ สามารถทำได้ดังนี้

  • ท่วงท่า– ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของคุณสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันอาการปวดหลังที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะหมายถึงการทำงานของกล้ามเนื้อตลอดเวลา ฉะนั้นเทคนิคดีๆเพื่อป้องกันการปวดหลังก็คือในขณะที่ยืน ลองจินตนาการว่ามีเชือกเส้นหนึ่งผูกอยู่ที่กลางศีรษะและดึงร่างกายคุณให้ตั้งตรง พยายามเก็บท้องและสะโพกกับลำตัว
  • การนั่ง– พยายามหลีกเลี่ยงการนั่งหลังงอ ถ้าจะให้ดีควรรองหลังด้วยหมอนหนุนช่วยป้องกันการปวดหลังให้คุณได้
  • การนอน– ท่าที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่เพื่อไม่ให้ปวดหลังคือให้นอนตะแคงโดยมีหมอนหนุนไว้ระหว่างเข่าเพื่อช่วยให้คุณอยู่ในท่วงท่าที่ถูกต้อง นอกจากนี้ขั้นตอนการลุกจากการนอนก็สำคัญ หากต้องการลุกขึ้น จำไว้ว่าให้ใช้แขนทั้งสองข้างช่วยดันตัวขึ้นและพยุงท้องของคุณเอาไว้ ซึ่งจะช่วยลดภาระการเกร็งกล้ามเนื้อหลังได้อย่างมากและช่วยป้องกันอาการปวดหลังได้
  • รองเท้า– รองเท้าที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางชนิดที่คนอื่นว่าดี อาจทำให้เกิดการปวดหลังในบางคน ผู้หญิงบางคนชอบใส่รองเท้าพื้นเรียบ ในขณะที่บางคนจะรู้สึกสบายขึ้นเมื่อสวมรองเท้าที่มีส้นเล็กน้อย ฉะนั้นวิธีการก็คือเลือกรองเท้าที่ใส่แล้วรู้สึกดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก – ร่างกายของคุณต้องแบกรับน้ำหนักทารกที่เติบโตขึ้นทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้น การยกของหนักจะยิ่งทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักมากขึ้นอีก หากคุณจำเป็นต้องยกของจริงๆ ควรจำไว้เสมอว่า ใหย่อเข่าลงและใช้ต้นขาทั้งสองดันตัวเพื่อยืนขึ้น ห้ามก้มแล้วยกโดยเด็ดขาด
โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

วิธีการแยกโรคปวดหัวจากสาเหตุต่างๆ

 

เมื่อพบแพทย์ ก็จะได้รับการซักประวัติ จุดประสงค์ก็เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหัว เพื่อแก้ปวดหัวได้อย่างตรงจุดและให้แน่ใจว่า อาการปวดหัวที่เป็นอยู่ไม่ได้เป็นสัญญาณอันตรายของโรคร้ายอื่นๆ

ตอนที่ 1

วิธีการแยกโรคของแพทย์ เมื่อคุณมีอาการปวดหัว แล้วไปพบแพทย์คำถามสำคัญที่สุดทีแพทย์จะต้องถามเพื่อหาสาเหตุของอาการปวดหัวที่เป็นอยู่คือ “ปวดหัวมานานหรือยังและปวดหัวอย่างไร “
คำถามนี้จัดว่าเป็นคำถามสำคัญที่สุด กว่า 90 % ได้คำตอบสาเหตุของอาการปวดหัวจากแค่สองคำถามนี้ โดยหลักการวินิฉัยแยกสาเหตุของอาการปวดหัวมีดังนี้

– ปวดหัวโดยมีความรุนแรงค่อนข้างสม่ำเสมอ เหมือนเดิม เป็นระยะเวลานานนาน ปวดหัวในเวลาเดิมๆของแต่ละวัน สาเหตุของอาการปวดหัวแบบนี้มักจะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับปวดหัวจากความตึงเครียด จากการทำงาน กล้ามเนื้อคอตึงในระหว่างวัน ปวดหัวไมเกรน

– ปวดหัวมาระยะสั้นไม่นานนัก และปวดรุนแรงอย่างเฉียบพลัน สิ่งที่แพทย์จะคิดถึงสาเหตุของอาการปวดหัวแบบนี้คือ โรคเส้นเลือดในสมอง หรือเลือดออกในสมอง และจะถามหาสิ่งยืนยันการวินิจฉัยโดยเฉพาะถ้าคอตึงแข็ง หรืออาเจียนพุ่ง อื่น ๆจะทำให้แน่ใจได้ว่าอาการปวดหัวน่าจะเกี่ยวกับความผิดปกติในสมองอย่างรุนแรง คือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งมักมีไข้และอาเจียน

ปวดหัวมากขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทานยาแล้วไม่บรรเทา หรือมีอาการเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลง อาจเป็นอาการปวดหัวแบบที่ฟ้องถึงการมีเนื้องอกในสมอง
– ปวดสม่ำเสมออยู่ดี ๆ แล้วช่วง 1-2 เดือนมามีอาการมากขึ้น หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วม อาจเป็นจากมีโรคแทรกอื่น ๆ ในคนที่เป็นไมเกรนอยู่

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

ปวดหัวจากสาเหตุที่รุนแรง

การปวดหัวนั้นส่วนใหญ่แล้วพบได้ปกติทั่วไป ทุกคนสามารถปวดหัวได้ มากบ้างน้อยบ้าง บางคนปวดหัวทั้งวัน บางคนก็ปวดหัวเพียงแค่ชั่วโมงเดียว อาการปวดหัวเกิดจากสาเหตุได้หลากหลายทั้งความเครียด ความร้อน ระบบเลือด เป็นไข้ และอีกมากมายที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ แต่ในบางกรณีที่อาจพบน้อย อาการปวดหัว อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายที่กำลังก่อตัวภายในร่างกาย

1. ปวดหัวจากเส้นเลือดสมองตีบ,เนื้อสมองตาย,เส้นเลือดสมองแตก

โรคเส้นเลือดสมองตีบทำให้สมองเกิดภาวะขาดเลือด สิ่งที่ตามมาคือทำให้เนื้อสมองตาย จะเกิดอาการฟ้องคือปวดหัวมาก หรือเป็นอัมพาตซีกเดียว แต่อาการเส้นเลือดแตกในสมอง มักจะมีอาการรุนแรง เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทันทีทันใด มักเกิดขึ้นในคนที่เป็นความดันโลหิตสูง การกระแทกหรืออุบัติเหตุทางสมอง หรือคนที่มีเส้นเลือดผิดปกติ อาการ แขนขาอ่อนแรงข้างเดี่ยว หรือ2ข้าง ทันทีทันใด มักจะมีอาการปวดหัวอย่างมากทันทีทันใด ร่วมกับมีอาการอ่อนแรงซีกเดียวหรือ  2ซีกก็ได้ ผู้ป่วยที่จะเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก มักมีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับโรคเดิมอยู่เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ เป็นต้น

2. ANUERISYM หรือภาวะเส้นเลือดสมองโป่งพอง เกิดจากความผิดปกติของผนังเส้นเลือดที่เสื่อมสภาพจนอ่อนแอลง ทำให้เกิดการพองขึ้นและทำให้มีโอกาสจะเกิดเส้นเลือดแตกสูงมาก ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหัวอย่างมากเป็นประจำ ลักษณะการปวดหัวคือปวดหัวตุ๊บๆ เป็นๆหายๆ หรือปวดมากทันทีทันใด อื่นๆที่สังเกตุได้คือมักมีอาการปากเบี้ยว ลิ้นชา หนังตาตก ผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูงจะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้อื่น

3. AVM เส้นเลือดผิดปกติ  ปวดหัวเป็นประจำ อ่อนแรง อาจมีอาการชักเป็นประจำโดยไม่ทราบสาเหตุ

4. ภาวะสมองฝ่อและความจำเสื่อม(อัลซัลเมอร์) คือการเสื่อมของสมองในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและควบคุมความจำโดยเฉพาะ ผู้ป่วยอาจเสียความทรงจำระยะสั้นๆ และมีการผิดปกติทางการเคลื่อนไหว อาการคือ เคลื่อนไหวช้าลง บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงจนสังเกตได้ สูญเสียความทรงจำตั้งแต่ระดับน้อยจนถึงรุนแรง อาการเริ่มต้นคือมักพูดแล้วลืมว่าพูดอะไรไป หรือจะหยิบอะไรแล้วลืม อาจมีอาการปวดหัวได้บ้างแต่น้อย

5. ติดเชื้อในสมอง  ผู้ป่วยมักมีไข้สูง ปวดหัว สับสน บุคคลิภาพเปลี่ยนแปลง

6. MASS หรือการเกิดเนื้องอกในสมอง มีทั้งชนิดไม่ร้ายแรง เช่นเกิดถุงน้ำสามารถรักษาได้ไปจนถึงเนื้องอกชนิดที่ร้ายแรง เช่นเนื้อมะเร็งหรือมะเร็งที่รุกลามมาจากส่วนอื่น
อาการที่พบคือ มีอาการปวดหัวมากเป็นประจำ ปวดหัวนานๆ มักมีคลื่นใส้อาเจียน คอแข็ง มีอาการอ่อนแรง  บุคคลิกภาพเปลี่ยนแปลงจนสังเกตุได้ อาจพบอาการชัก,กระตุกในผู้ป่วยบางราย  เดินลำบาก สูญเสียการทรงตัว

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

สาเหตุของการปวดหัวที่พบบ่อย

อาการปวดหัว หรือที่เรียกว่าโรคปวดหัว นั้นมีอยู่หลายชนิด หลายสาเหตุที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ ให้แน่ชัดว่าอาการปวดหัวของคนไข้แต่ละคนนั้นเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ เพื่อให้รักษาอาการปวดหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการตรวจเพื่อให้แน่ใจว่า ไม่ได้เกิดอาการปวดหัวจากโรคร้ายใดๆ
1. ปวดหัวไมเกรน แบ่งเป็นสองกลุ่มคือ ไมเกรนที่มีอาการเตือนหรือที่เรียกว่าออร่า และที่ไม่มีอาการเตือน
อาการเตือนก่อนการปวดหัวไมเกรนนั้นจะเกิดก่อนปวดหัว ไม่น้อยกว่า 4 นาที แต่ไม่เกิน 60 นาที อาการเตือนที่พบได้บ่อยมักปรากฏทางการมองเห็น เช่น เห็นภาพผิดปกติ มองภาพเป็นสีรุ้งหรือสีเพี้ยนไปจากปกติ เห็นภาพเล็กหรือใหญ่กว่าความเป็นจริง หลังอาการเตือนหายไปแล้วอาการปวดหัวก็จะเริ่มรุนแรงขึ้น อาจจะปวดข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้ ลักษณะเด่นคือมีอาการปวดแบบตุ๊บๆ ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการอาเจียนด้วย อาการปวดหัวไมเกรนมักจะเกิดเป็นชั่วโมง ไปจนถึงปวดหัวนานเป็นหลายๆวันแล้วถึงจะดีขึ้นการนอนพักผ่อนบางครั้งก็ไม่ช่วยให้อาการปวดหัวไมเกรนทุเลาลง แต่ละคนก็จะมีรูปแบบการปวดเป็นเฉพาะคนๆ ไป สามารถบรรเทาอาการปวดโดยใช้ยา Ergotamine tartrate
2. ปวดหัวเนื่องจากกล้ามเนื้อตึงตัว
มักเกิดอาการปวดหัวสองข้าง รู้สึกเหมือนถูกรัดที่ศีรษะ เกิดอยู่ทั้งวันทั้งคืน เมื่อรับประทานยาคลายเครียดแล้วอาจจะดีขึ้น สาเหตุหลักของการปวดหัวแบบนี้เกิดจากความเครียด การนั่งทำงานนานๆ หรือใช้สายตาอย่างหนักเป็นเวลานาน
3. ปวดหัวเนื่องจากเส้นขอดในสมอง หรือเส้นเลือดโป่งพองในสมอง
อาการปวดหัวชนิดนี้ มักจะเกิดทันทีทันใดอย่างรุนแรง หากปวดมากผู้ป่วยอาจหมดสติได้ และจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น แขน ขาไม่มีแรง อาเจียน ชัก มักมีอาการปวดต้นคออยู่ด้วย พบได้ในคนทุกอายุทั้งที่เคยมีอาการและไม่มีอาการปวดหัวมาก่อน ถึงใช้ยาแก้ปวดก็จะไม่ดีขึ้น

4. ปวดหัวเนื่องจากเนื้องอกในสมอง

กลุ่มนี้อาการปวดหัวจะรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นการปวดหัวที่มีอันตรายร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้แน่นอน ควรสังเกตอาการปวดหัวให้ดี คนไข้จะมีอาการ ผิดปกติทางระบบประสาท เช่น มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป ทำสิ่งต่างๆได้ช้าลง หรือก้าวร้าวขึ้น ความจำไม่ดี อารมณ์เพศเปลี่ยนแปลง และมักมีอาการทางสายตาร่วมด้วยเสมอเช่นตามัว เห็นภาพซ้อน แสงสีผิดปกติ อาจเกิดอาการปวดหัวแล้วตามมาด้วยการชัก เดินผิดปกติ อ่อนแรง เป็นอัมพาต ฯลฯ หากมีอาการปวดหัว พร้อมกับอาการเข้าข่ายตามนี้ ควรตรวจร่างกายคนไข้โดยละเอียดควบคู่กับการเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ จะสามารถช่วยวินิจฉัยโรคได้

 

 

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น